ไขมันในเลือดสูง มีโอกาสเป็นโรคอะไรได้บ้าง

ไขมันในเลือดสูง มีโอกาสเป็นโรคอะไรได้บ้าง

ความดันโลหิตสูง นั้นเป็นโรคที่ไม่ควรมองข้ามอย่างยิ่งเลย เป็นโรคที่เรียกได้ว่า ฆ่าตกรเงียบเลยก็ว่าได้ เพราะความดันโลหิตสูงนั้นจะไม่แดสงอาการออกมาชัดเจนทำให้เราคิดว่าเราไม่ได้เป็นอย่างแน่นอนและถึงแม้ว่าจะทราบว่าตนเองเป็นแต่ก็ละเลยไม่สนใจที่จะรักษาหรือดูแลตัวเองเพราะว่าร็สึกปกติไม่เป็นเป็นอะไรเลย ไม่ไปรักาเพราะกลัวเปลืองค่าใช้จ่ายแต่ใครจะรู้มั้ยว่าจะทำให้เกิดความร้ายแรงตามมาที่หลัง แต่จะรู้มั้ยว่า ความดันโลหิตสูงนั้นสาเหตุที่เกิดได้หลักๆ นั้นมาจาก กรรมพันธุ์ โดยถ้าหากคนในครอบครัวของเรานั้นเป็นความดันโลหิตสูง เราก็มีโอกาศที่เป็นโรคนี้ได้สูงเหมือนกันควรที่จะไปพบแพทย์ก่อนเพื่อที่จะหาวิธีป้องกันตั้งแต่เนินๆ นอกจากนี้แล้วอีกสาเหตุที่ทำให้คนส่วนใหญ่นั้นเป็นความดันโลหิตสูงก็คือ สภาพแวดล้อม หรือรูปแบบการใช้ชีวิตของเรานั่นแหละ อาทิเช่น การที่จะอดหลับอดนอน กินอาหารที่มีรสจัดโดยเฉพาะรถเค็มจัด มีความเครียด การสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ดื่มสุราแอลกอฮอล์และที่สำคัญคือการที่คนส่วนใหญ่นั้นไม่ออกกำลังกาย ที่พูดมาทั้งหมดนั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความดันโลหิตสูงทั้งหมด

หลายๆท่าน หลายๆคน อาจจะคิดว่ามี โรคความดันโลหิตสูงแล้วจะต้องมีโรคความดันโลหิตต่ำ แต่จริงๆแล้วไม่มีโรคความดันโลหิตต่ำไม่มี มีแต่ภาวะความดันโลหิตต่ำแค่นั้นเอง ที่เกิดมาจากการขาดน้ำ เช่น เสียเลือด อาการร้อนจัดทำให้เสียเหงื่อ ท้องเสีย อาเจียน ความดันโลหิตที่วัดได้ 90/60 มม. ปรอท ไม่ได้หมายความว่าเรานั้นเป็นความดันโลหิตต่ำ โดยอาการหน้ามืด เวียนศีรษะบ่อยๆนั้น คนส่วนใหญ่มักคิดว่ามาจากความดันโลหิตต่ำ แต่จริงๆแล้วมาจากหลายๆสาเหตุโดยส่วนใหญ่นั้นมักจะเกิดจากการที่ไม่ได้ออกกำลังกาย แล้วก็การรักษาความดันโลหิตต่ำนั้น ไม่ใช่รักาด้วยการที่ดื่มเบียร์อย่างที่หลายๆเข้าใจกัน แต่ต้องรักษาที่สาเหตุ

เช็คตัวเองก่อนเป็นโรคหลอดเลือดสมอง

จะเห็นได้ว่ามีปัจจัยหลายอย่างที่เราสามารป้องกันการเป็นโรคหลอดเลือดสมองได้ เช่น ปัจจัยด้านพฤติกรรมการบริโภค ด้านการพักผ่อน ด้านการออกกำลังกาย หรือด้านการทำงาน เป็นต้น

อะไรทำให้เกิด โรคหลอดเลือดสมองได้

1.อายุที่มากขึ้น เพราะความเสื่อมของหลอดเลือดสมองมีมากขึ้นตามอายุ

2.โรคความดันโลหิตสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง

3.โรคเบาหวาน เพราะจะทำให้หลอดเลือดสมองแข็งตัว ส่งผลให้หลอดเลือดตีบตัน

4.โรคไขมันในเลือดสูง เพราะระดับไขมันในเลือดที่สูงจะส่งผลให้หลอดเลือดแข็งตัวและเกิดการตีบ

5.สูบบุหรี่เป็นประจำ

6.โรคหัวใจในผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจผิดปกติและหัวใจเต้นผิดจังหวะ ทำให้มีลิ่มเลือดไปอุดตันหลอดเลือดสมองได้

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงรองอื่นๆ ที่สามารถทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ เช่น

1.โรคอ้วน

2.โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

3.การขาดการออกกำลังกาย

4.ความเครียด

5.ยาคุมกำเนิด

6.การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

7.เคยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง

8.ครอบครัวมีประวัติเป็นโรคหลอดเลือดสมอง

9.นอนกรนร่วมกับการหยุดหายใจ

วัยรุ่น ลงพุง

โรคอ้วนนับเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญในปัจจุบัน สาเหตุของโรคอ้วนเกิดจากความไม่สมดุลของการได้รับพลังงานจากการกินอาหารในแต่ละวัน กับการใช้พลังงานในชีวิตประจำวัน

ปัจจัยเสี่ยงของโรคอ้วนที่สำคัญได้แก่ การบริโภคอาหารที่มีพลังงานสูง เช่น อาหารมัน อาหารทอด อาหารกินด่วน เป็นต้น และการมีพฤติกรรมนั่ง ๆ นอน ๆ ไม่ออกกำลังกาย ปัญหาเรื่องโรคอ้วนในวัยรุ่นมีความสำคัญเนื่องจากวัยรุ่นเป็นวัยที่ร่างกายมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย ที่กระตุ้นให้กินอาหารมากขึ้น

ในยุคปัจจุบัน เมื่อวัยรุ่นสามารถ เข้าถึงอาหารกินด่วนต่าง ๆ ได้มากขึ้น ประกอบกับวิถีชีวิตที่มีการเคลื่อนไหวน้อยลง ทำให้พบโรคอ้วนในวัยรุ่นมากขึ้น หากไม่ได้รับคำแนะนำและการดูแลที่ถูกต้อง วัยรุ่นที่อ้วนเหล่านี้จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นโรคอ้วนและมีโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ตามมา เป็นปัญหาสุขภาพสำคัญของประชากรไทย

วัยรุ่นเป็นวัยรักสวยรักงาม จึงมีวัยรุ่นที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรือ โรคอ้วนบางส่วนบริโภคยาหรือผลิตภัณฑ์อาหารบางชนิดเพื่อช่วยในการควบคุมน้ำหนัก แต่พบปัญหาคือเมื่อหยุดบริโภคผลิตภัณฑ์เหล่านี้ กลับมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม หรือที่เรียกว่า อาการโยโย่

ยาหรือผลิตภัณฑ์อาหารที่ถูกนำมาใช้ในการควบคุมน้ำหนักมีหลายประเภท เช่น ผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย ทำให้น้ำหนักไม่ขึ้น แม้กินอาหารมากแต่ไม่ออกกำลังกาย ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มไฟเบอร์ที่ให้กินก่อนอาหารเพื่อให้อิ่ม ผลิตภัณฑ์ที่ลดการ ดูดซึมไขมัน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ อาจมีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

ในวัยรุ่นที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคอ้วนอาจมีภาวะแทรกซ้อนของระบบอวัยวะต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันเกาะตับ ภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นขณะหลับ เป็นต้น ดังนั้น วัยรุ่นที่มีโรคอ้วนควรพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษาและตรวจหาภาวะแทรกซ้อนเหล่านี้ เพื่อรับคำแนะนำและรักษาอย่างถูกต้อง วัยรุ่นที่เป็นโรคอ้วน แนะนำให้กินอาหารครบ 3 มื้อ แต่หลีกเลี่ยงอาหารมัน เค็ม อาหารที่มีพลังงานสูงต่าง ๆ ให้ลดอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ได้แก่ ข้าว แป้ง เป็นต้น แต่เพิ่มการกินผักใบเขียวและผลไม้ หลีกเลี่ยงขนมจุบจิบ เครื่องดื่มรสหวาน และเพิ่มกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหวร่างกายที่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย

การป้องกันโรคอ้วนสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิต ทารกแรกเกิดควรได้รับนมแม่อย่างเดียวนาน 6 เดือน และกินนมแม่ต่อเนื่องควบคู่กับอาหารตามวัยที่เหมาะสมจนถึงอายุ 2 ขวบ หรือมาก กว่า เนื่องจากนมแม่มีสารอาหารที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของทารก และทำให้ทารกไม่มีภาวะน้ำหนักเกิน พบว่าทารกที่ได้รับนมแม่จะมีความเสี่ยงต่อโรคอ้วนและโรคเบาหวานน้อยกว่าทารกที่ได้รับนมผง เมื่อถึงวัยเริ่มกินอาหาร ควรให้ทารกได้รับอาหารรสธรรมชาติ ไม่หวาน ไม่เค็ม ไม่มันจนเกินไป ฝึกให้เด็กกินผักผลไม้จนเป็นนิสัย หลีกเลี่ยงขนมที่มีไขมันสูง ขนมหวาน เครื่องดื่มรสหวาน การกินขนมจุบจิบ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมนั่ง ๆ นอน ๆ เช่น การดูโทรทัศน์ เล่นเกม เป็นต้น แต่ควรส่งเสริมให้เด็กได้มีโอกาสเล่นกิจกรรมต่าง ๆ และเคลื่อนไหวตามวัย ซึ่ง สิ่งเหล่านี้ เป็นการปลูกฝังสุขลักษณะนิสัยที่ดีตั้งแต่เล็ก เพื่อให้ เด็ก ๆ เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดี

ปัญหาหัวไหล่ ข้อไหล่ติด รักษาได้

ข้อไหล่ติด อีกหนึ่งอาการป่วยที่เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แม้ไม่ใช่โรคร้ายที่รุนแรง แต่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะเรื่องของการหยิบจับวัตถุที่ต้องยกไหล่ การอาบน้ำ การรับประทานอาหาร หรือการใส่เสื้อผ้า แต่สามารถรักษาให้หายได้ หากปฏิบัติถูกวิธี หรือได้รับการรักษาที่เหมาะสม ครั้งนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวกับข้อไหล่ติดในเรื่องของอาการแต่ละระยะ การรักษา การปฏิบัติตน รวมถึงปัจจัยเสี่ยง

ข้อไหล่ติด อาการเป็นอย่างไร?

เป็นอาการที่ไม่สามารถยกแขนได้สุด หากยกแขนจนถึงระดับเกือบเต็มที่จะรู้สึกปวด โดยอาการข้อไหล่ติดจะเกิดทุกทิศทางในการเคลื่อนไหว ทั้งไปข้างหน้า ด้านข้าง หรือข้างหลัง ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

ข้อไหล่ติด แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่

  • ระยะปวด โดยจะมีอาการปวดมาก แม้ยกไหล่เพียงนิดเดียว ในระยะนี้มักจะเป็นอยู่ประมาณ 2-9 เดือน
  • ระยะข้อไหล่ติด โดยจะมีพิสัยการเคลื่อนไหวข้อไหล่ลดลง มักจะมีอาการปวดตึงไหล่เมื่อขยับไหล่ใกล้สุด ทำให้มีปัญหาเรื่องการใช้งาน เช่น การรับประทานอาหาร อาบน้ำ ใส่เสื้อผ้า โดยผู้ป่วยจะมีอาการอยู่ในระยะนี้นานแตกต่างกันออกไป มีตั้งแต่ 2 เดือนไปจนถึง 1 ปีครึ่ง
  • ระยะฟื้นคืนตัว เมื่อผ่านระยะติดมาแล้วจะเข้าสู่ระยะฟื้นคืนตัว โดยธรรมชาติจะรักษาตัวเอง อาจใช้เวลาตั้งแต่ 1-3 ปี

หลักการรักษาข้อไหล่ติด

  • ให้ยาลดปวด อาจเป็นยากินหรือยาชนิดฉีด
  • กายภาพบำบัด ผู้ป่วยต้องทำกายภาพอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ระยะแรกที่มีอาการจึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดี
  • ผ่าตัด สำหรับผู้ป่วยบางรายที่รักษาด้วยการใช้ยาร่วมกับการทำกายภาพบำบัดแล้วไม่ประสบผลสำเร็จ
  • การออกกำลังกาย

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดข้อไหล่ติด

  • โรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคที่เกี่ยวกับความอ้วน โรคไทรอยด์
  • ผู้ที่มีการเคลื่อนไหวน้อย เช่น ผู้ป่วยติดเตียง เป็นต้น
  • เคยประสบอุบัติเหตุที่ข้อไหล่ มีภาวะเส้นเอ็นบริเวณไหล่ฉีกขาด