ความดันอากาศทำให้หูเราอื้อได้

  หลายคนคงจะเคยพบกับปัญหาเวลาขึ้นเครื่องบินแล้วหูอื้อ หรือบางคนที่ขึ้นที่สูงมากๆ หรือขึ้นลิฟไปบนที่สูงๆแล้วลิฟวิ่งเร็วจะพบกับปัญหาหูอื้อ ซึ่งอาการหูอื้อจะทำให้เรารู้สึกอึดอัดไม่สบายหู บางครั้งส่งผลให้หูของเราเจ็บและไม่ค่อยได้ยินเสียงได้

ทั้งนี้การหูอื้อนั้น มีสาเหตุมาจากความดันอากาศจากข้างในหูและข้างนอกหูไม่เท่ากันนั่นเอง

          สำหรับหูอื้นที่เกิดจากแรงดันอากาศนั้นบางคนอาจพบปัญหาทั้งสองข้างหรือบางคนก็สามารถพบปัญหาหูอื้นข้างเดียวได้หากไม่รุนแรงมากนักก็จะมีอาการแค่เพียง เจ็บในหูและรู้สึกหูตื้อๆได้ยินเสียงไม่ค่อยชัด แต่หากใครที่มีอาการรุนแรงนั้นอาจมีความรุนแรงถึงขึ้น มีเลือดออกมาจากหูหรือจมูกได้ ทั้งนี้อาการหูอื้ออย่างแรงนอกจากจะมีเลือดออกได้แล้ว ยังรู้สึกปวดในหู ได้ยินเสียงหวี่ๆตลอดเวลา  การรับรู้การได้ยินของเสียงลดลงเป็นอย่างมาก บางคนอาจมีการการอาเจียนและเวียนหัวร่วมด้วย

          ภายในหูของเราจะมีท่อยูสเตเซียนมีหน้าที่ปรับความดันข้างในหูให้มีความสมดุลกับด้านนอกหู แต่หากเราอยู่ในพื้นที่หรือสถานการณ์ที่ทำให้อากาศมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเกินไป ท่อยูสเตเซียนอาจปรับความดันไม่ทัน ทำให้เกิดการหูอื้อได้และสำหรับกลุ่มคนที่เสี่ยงที่จะเกิดอาการหูอื้อได้แก่  เด็กเล็กที่ท่อยูสเตเซียนยังเล็กและแคบ ผู้ป่วยที่เป็นโรคหวัด โรคไซนัส และคนที่นอนหลับขณะที่เครื่องบินกำลังขึ้น

        สำหรับอาการหูอื้อหากไม่ได้รุนแรงมากนักอาการก็จะหายไปเอง แต่หากคนที่มีอาการรุนแรงถึงขั้นมีเลือดออกมาจากหูควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจรักษา 

       และในคนที่มีอาการหูอื้อตอนขึ้นเครื่องบินหรือขึ้นบนที่สูงนั้น แก้ไขได้เพียงแค่ หาว  หรือกลืนน้ำหรือ หรือจะเคี้ยวหมากฝรั่งก็ได้ และอีกวิธีคือการใช้มือบีบจมูกและปิดปากแล้วทำการพ่นลมออกจากจมูก วิธีการนี้จะเป็นการปรับแรงดันในหู เพื่อให้ท่อยูสเตเซียนเปิดออก อย่างไรก็ดีหากคนที่มีอาการหูอื้อแบบรุนแรงขั้นตอนที่แนะนำไปจะไม่สามารถทำแล้วได้ผล แพทย์จะให้รักษาด้วยกันทานยาหรือการผ่าตัด สำหรับอาการหูอื้อหากเราลองแก้ไขด้วยตนเองแล้วไม่หายหรือไม่ดีขึ้นควรรีบไปพบแพทย์ เพราะอาการหูอื้อสามารถทำให้เกิดอาการอื่นๆตามมาได้ด้วยเช่น การติดเชื้อในหู หรืออาการแก้วหูทะลุ ซึ่งอาจจะลามจนทำให้เราหูหนวกได้

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

น้ำเข้าหูเป็นอันตรายที่ใครๆก็มองข้าม

ไม่ว่าจะเป็นน้ำเข้าหูโดยวิธีใดก็ตามแต่สิ่งอื่นเหนือสิ่งใดนั้น หากมีอาการน้ำเข้าหูมันจะทำให้เรารู้สึกอึดอัดและการรับฟังจะเปลี่ยนไป อย่างเช่นฟังได้ไม่ชัดอย่างที่ควรจะเป็น หรือร้ายแรงสุดก็อาจจะสูญเสียการได้ยินไปชั่วขณะหนึ่ง

วิธีการแก้ไขหากมีน้ำเข้าหูของเรา

สิ่งแรกที่เราควรทำหากมีน้ำเข้าหูนั้น โดยวิธีการเอียงศรีษะเพื่อให้น้ำไหลออก ซึ่งเราจะทำในข้างที่น้ำมันมีการขังอยู่ หากเป็นการเข้าท้องสองข้างก็ค่อยๆทำทีละข้าง

หากมีการทำในขั้นตอนแรกแล้วไม่สำเร็จเท่ากับว่าในหูของท่านอาจจะมีสิ่งสกปรกอยู่ภายในหูค่อนข้างเยอะ ดังนั้นให้ใช้น้ำยาหยอดหู ที่มีไว้สำหรับการหยอดหูโยเฉพาะ ซึ่งน้ำยานี้อาจหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไปนั่นเอง

หากใช้เวลาผ่านไปหลายวันอาการยังไม่ดีขึ้นหรือไม่หายควรไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างถูกวิธี

อันตรายที่เราไม่ควรมองข้ามเวลาที่มีน้ำเข้าหูของเรา

หากช่องหูของคุณสะอาดพอก็มักจะไม่มีปัญหาต่างๆเกิดขึ้น แต่ส่วนใหญ่แล้วเรามักดูแลเรื่องของการทำความสะอาดในช่องหูของเราได้ไม่ดีพอนั่นเอง หากเรามีน้ำขังที่หูหรือเราเป็นไข้หวัดเราก็ตจะติดเชื้อจากเหตุการณ์เหล่านั้นได้ง่าย

ทำให้เราต้องดูแลและรักษาช่องหูของเราให้สะอาดอยู่เสมอ หากสิ่งสกปรกเหล่านั้นมันเข้ามารวมกับขี้หูหรือสิ่งสกปรกอื่นๆที่อยู่ในหูของเรา มันจะจะมีการรวมตัวของสิ่งสกปรกเหล่านั้นและก่อนให้เกิดการอุดตันของหูของเราได้ นั้นก็คือปัญหาใหญ่ที่จะตามมาให้กับเราเลยแหละ ซึ่งอาจจะทำให้เราถึงขั้นต้องใช้ เครื่องช่วยฟัง ก็ได้ นอกจากจะทำให้หูเกิดการติดเชื้อแล้วยังส่งผลให้มันเกิดการอักเสบซึ่งเป็นต้นเหตุของการนำไปเป็นปัญหาใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการได้ยินเลยนะ

ขยายคำว่าน้ำยาหยอดหูที่เราจะนำไปใช้เวลามีน้ำเข้าหูของเรานั้น

ยาหยอดหูนี้แบ่งเป็น 2 ชนิดด้วยกัน

ยาหยอดหูแอลกอฮอล์ ยาชนิดนี้เป็นการนำไปหยดที่หูซึ่งมันจะช่วยให้น้ำที่ขังอยู่ในหูมีการระเหยได้ง่ายขึ้น และนอกจากนั้นมันยังมีความดีด้วยการกำจัดแบคทีเรียและสามารถยับหยั้งได้อีกต่างหากนะ ซึ่งวิธีการใช้คร่าวๆก็จะเป็นการหยดลงหูเราประมาณ 3-4 หยดนั่นเอง พอหยดเสร็จเราก็ทำการเอียงศรีษะของเราเพื่อให้น้ำที่ขังอยู่ในหูได้ไหลออกมา

ยาหยอดหูไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen Peroxide น้ำยาตัวนี้เป็นการช่วยในการขจัดเศษต่างๆที่อยู่ในหูให้สะอาดด้วยนะ ซึ่งการทำงานก็มีวิธีการที่เหมือนกัน

ข้อห้ามที่สำคัญในการใช้น้ำยาหยอดหูเหล่านี้นั้นนก็คือ การใช้นำยาเหล่านี้มีข้อดีแต่ก็ต้องอ่านและใช้อย่างถูกวิธีด้วยนะ ห้ามใช้น้ำยาเหล่านี้กับผู้ที่มีภาวะหูชั้นนอกติดเชื้อ แก้วหูทะลุ และหูชั้นกลางอักเสบ