กินอาหารตอนเย็นไม่ให้อ้วน 

ใกล้จะปีใหม่แล้ว มีสาวๆคนไหนที่อยากลดน้ำหนักบ้างแต่ไม่เคยลดได้ เพราะได้แต่บอกว่า เดี๋ยวก่อนค่อยลด พรุ้งนี้ค่อยลด เป็นแบบนี้กันหรือเปล่าค่ะ ถ้าเป็นเหมอนกัน เรามาลดน้ำหนักกันดีกว่ามาจัดการเกี่ยวกับการกิน ไม่กินข้าวตอนเย็น จะทำยังไงที่แบบว่าไม่ให้หิว ตอนเย็น 

การตั้งอาหารเย็นก่อนนอน4-6ชั่งโมง  เราจะไม่กินอาหารก่อนนอนเด็ดขาดเพราะการกินอาหารก่อนนอนจะทำให้ระบบเผาผลาญนั้นทำงานหนักข้าวเย็นก็คือข้าวเย็นที่ไม่ใช่กินตอนค่ำเพราะเราต้องกินข้าวเย็นสักประมาณไม่เกิน6โมงเย็นเพราะว่าจะทำให้ระบบเผาผลาญนั้นทำงานได้ดี แล้วเราก็ควรเข้านอนประมาณห้าทุ่มไม่เกินเที่ยงคืน เราควรนับเวลาในการกินด้วยนะค่ะจะได้ระบบเผาผลาญจะได้ไม่ทำงานหนักจนมากเกินไป

พลังงานต่ำๆเข้าไว้ ไม่ว่าเราจะเลือกทานอะไรก็แล้วแต่เราควรเลือกทานอาหารที่มีไขมันต่ำๆเข้าไว้ ไม่จำเป็นต้องดูแคลโลรี่อะไรเลยแค่ลดแป้ง ของมัน ของทอด ให้น้อยลง แล้วจำพวกข้าวเหนียวหมูปิ้ง ขนมปัง เก็บเอาไว้กินในมื้อเช้าเท่านั้น 

เลี่ยงอาหารรสจัด  ก่อนอื่นเราต้องบอกก่อนว่าท้องแต่ละบุคลไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราควรกินอาหารที่มีรสชาติออ่น ๆไม่เผ็ดมากจนเกินไปเพราะถ้าเรากินเผ็ดมากท้องไส้ของเราจะปั่นป่วนท้องเสีย ดังนั้นเราควรกินรสชาติปานกลาง กินออ่นได้ยิ่งดีค่ะเผื่อสุขภาพของเรา 

เลี่ยงอาหารทอด อาหารมันเป็นที่รู้กันอยู่ว่าอาหารจำพวกนี่ให้พลังงานสูง ถ้าเรากินตอนเย็นนั้นระบบเผาผลาญไม่หมดมันก็จะไปลงในส่วนของร่างกายเรา เช่น ลงพุง ต้นแขน ต้นขาแบบนี้เป็นต้น แถมยังให้ระบบลำไส้ของเราปั่นป่วนท้องเสียนั่นเอง แล้วถ้ายิ่งสาวกินเข้าไปนั้นเวลาตื่นนอนมานั้นจะทำให้หน้าของเราหมองคล้ำอีกด้วย ถ้าสาวไม่อยากมีหน้าหมองคล้ำก็เลือกทานกันหน่อยนะค่ะ แถมเป็นสิวอีกด้วยนะ 

เพิ่มผักและผลไม้เข้าไปให้มาก เราไม่ได้เจาะจงว่าต้องกินแต่ผักแต่เราจะบอกว่าเนื้อสัตว์ก็กินได้ ตามปกติ แต่เราแค่อยากให้มื้อเย็นกินผักเข้าไปเยอะกว่าปกติ เพราะผักนั้นมีกากอาหารช่วยในระบบขับถ่าย เวลานั้นเราจะได้ขับถ่ายที่ดีข้นแถมได้ประโยชน์จากการกินผัก ส่วนใครที่ไม่ทานข้าวเย็นแต่จะกินผลไม้แทนก็ได้ แต่ก็ควรเลือกทานเพราะผลไม้บางอย่างทานตอนเย็นมันก็ไม่ค่อยจะดี เราก็ควรเลือกทานผลไม้ที่ลดน้ำหนักแล้วทำให้อิ่ม เช่น ฝรั่ง แอปเปิ้ลเขียว ตระกลูเบอรรี่ต่าง 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สมัครเว็บหวยฮานอย

ไมเกรน

ไมเกรน สามารถเกิดขึ้นกับคนทุกวัยได้ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น และวัยผู้ใหญ่ในระยะแรก จะมีอาการให้สังเกตแบ่งเป็น 4 ขั้น

1.ระยะอาการบอกเหตุว่าเราจะเริ่มเป็น

2.ระยะอาการเตือน 

3.ระยะอาการปวดหัว 

4.ระยะอาการหลังจากที่หายปวดหัว 

บางคนอาจไม่แสดงอาการทุกขั้นเลยก็มี 

1.  จะมีการเปลี่ยนแปลงของอารม อาการซึมเศร้า หรือไปถึงภาวะเคลิ้มสุขก็มี บางคนมีความอยากทานอาหารบางอย่างเป็นพิเศษ หรือมีอาการปวดตึงต้นคอ  กระหายน้ำมาก และปัสสาวะบ่อยขึ้น หาวบ่อย ไม่ก็ท้องผูก

2.ส่วนระยะอาการเตือน คืออาการที่เกิดจากระบบประสาทส่วนกลางซึ่งอาจจะเกิดขึ้นก่อนหรือหลังของการปวดไมเกรน และบางคนอาจมองเห็นแสงกระพริบ หรือสายตาพล่ามั่วนอกจากนั้นอาจเกิดอาการผิดปกติเกี่ยวกับประสาทสัมผัส เคลื่อนไหว หรือการพูดจาจะลำบากขึ้น

กล้ามเนื้อคล้ายจะอ่อนแรง และรู้สึกชาตามมือ ตามเท้า ซึ่งอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่กี่นาทีและในบางคนอาจเกิดขึ้นนานเป็นชั่งโมง หรือหลายชั่วโมงก็ได้ หากมีหลายอาการ

3.ระยะที่เกิดอาการปวดศีรษะสองข้าง มีอาการปวดตุบๆ แสงจ้า เสียงดังและกลิ่นฉุนทำให้เราปวดมากขึ้น และมีอาการคลื่นไส้อยากจะอาเจียน ตาพล่ามั่วมองภาพไม่ชัด บางคนมีอาการเวียนศีรษะหน้ามืดหรืออาจถึงขั้นเป็นลมก็มี

4.ระยะที่หายปวดศีรษะ เป็นระยะจะมีอาการสับสน มึนงง อารมณ์หงุดหงิดอ่อนล้าอ่อนแรงไวต่อเสียงและแสง เวียนศีรษะ หากอาการไมเกรนไม่สามารถควบคุมด้วยยาแก้ปวดได้ ให้จดจำอาการไมเกรนที่เกิดขึ้น หรือจะจดบันทึกไว้เลยก้อได้ ว่าไมเกรนที่เกิดขึ้นมีอาการอย่างไรและปกติเรารักษาอย่างไร อย่างเช่น ปวดศีรษะรุนแรงหรือเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน

หรือปวดไปพร้อมกับมีไข้ปวดตามคอ มึนงง อ่อนแรงหรือชาตามมือ ตามแขน  พูดจาติดขัดอย่างชัดเจน และอาจปวดศีรษะรุนแรงมากขึ้นเมื่อได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะ และปัจจัยในการกระตุ้นให้เกิดไมเกรนมีการขับรถกลางแดดจ้า ใช้สายตานานเกินไป นอนไม่หลับ นอนไม่เป็นเวลา

นอนมากไปน้อยไปก้อไม่ดี หรืออยู่ในที่ ที่เสียงดัง ได้กลิ่นฉุนจากน้ำหอมหรือมีความเครียด วิตกกังวน ซึมเศร้า หรือดื่มเหล้า สูบบุหรี่และไม่ควรทานอาหารที่มีรสหวานจัด การป้องกันไม่ให้เกิดโรคไมเกรนมี4 ข้อสำคัญที่ควรทำ

1.พักผ่อนให้เพียงพอ

2.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

3.งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน

4.ไม่ควรดื่มเหล้า สูบบุหรี่มากเกินไป สำหรับคนที่มีอาการเป็ฯฃนแบบนี้ควรได้รับการรักษาเพื่อบรรเทาความปวดถึงจะมีโอกาสรักษาให้หายขาดแต่ก็อาจจะกลับมาเป็นอีกได้ถ้าหากว่าคุณมีความเครียดมากเกินไปหรือทำสิ่งที่มีผลต่อการปวดหัวก็จะสามารถกลับมาเป็นอีกก็ได้

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

การใช้ถุงยางอนามัยป้องกันโรคเอดส์

เราจะเห็นได้ว่าในยุคปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น วัยเรียน วัยทำงาน จะต้องมีความเสี่ยงในการเจอเรื่องการมีเพศสัมพันธ์อย่างมาก ถ้าหากเราไม่สามารถที่จะลีกเลี่ยงในส่วนของเรื่องนี้ได้ เราก็สามารถที่จะป้องกันตัวเอง จากสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น

จากสิ่งเหล่านี้ได้ หลายๆคนอาจจะมองว่าการซื้อถุงยางอนามัยนั้น เป็นเรื่องที่น่าอายเลยเลือกที่จะไม่ใช้งาน การคิดแบบนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ผิดมากๆ

เพราะว่าการที่เราใช้งานถุงยางอนามัยนั้น เป็นสิ่งที่ดีต่อตัวเราเองมากจะทำให้เราลกเลี่ยงในเรื่องต่างๆได้ ถ้าหากเรารู้ถึงคุณสมบัติและส่วนของประโยชน์การใช้งานของถุงยางอนามัยนี้

ประโยชน์ของการใช้ถุงยางอยนามัย

เราจะเห็นได้ว่าการที่เรารู้จักการป้องกันตัวเอง เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเรา เพราะว่าเรานั้น สามารถที่จะเลือกวิธีการดูแลตัวเองได้อย่างหลากหลายรูปแบบ แต่ในสังคมปัจจุบันนี้ เราจะเห็นได้ว่ามีประชากรในประเทศไทยได้รับเชื้อเอชไอวีมากในระดับหนึ่งเลยเช่นเดียว

กับการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรด้วย ฉะนั้นการที่มีถุงยางอนามัยเข้ามามีบทบาท ในส่วนของเรื่องนี้ด้วย ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมากๆ เพราะว่าเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการป้องกันการตั้งครรภ์ของนักเรียน นักศึกษาหรือวัยรุ่นที่ไม่มีความพร้อมในการที่จะมีครอบครัวได้

นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในการป้องกันโรคติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์อีกด้วยเช่นกัน ฉะนั้นเราจะเห็นได้ว่าถุงยางอนามัย จึงมีประโยชน์ต่อสิ่งเหล่านี้อย่างมาก ฉะนั้นเราต้องรู้จักการใช้งานที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดในการใช้งาน ไม่ให้เกิดผลเสียหรือผลกระทบจากข้อผิดพลาดในส่วนของตรงนี้ได้ในภายหลัง

เราสามารถที่จะใช้ประโยชน์จากตรงนี้ได้เช่นกัน แต่อยู่ที่เราว่าจะเลือกประโยชน์จากตรงนี้ไปใช้งานให้เกิดผลที่ดีกับตัวเรารึเปล่า เราจะทราบว่าการที่มีถุงยางอนามัยขึ้นมานั้น เพื่ออะไร ทำไมถึงตองใช้ ก็เพราะว่าเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นมาเพื่อช่วยให้การมีเพศสัมพันธ์

โดยที่ไม่มีผลเสียหรือผลกระทบต่างๆตามมานั่นเอง โดยเฉพาะปัญหาการตั้งครรภ์ ถ้าหากไม่มีตัวถุงยางนี้ จะทำให้เราเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ในวัยเรียนอีกด้วยและผลกระทบต่างๆก็จะตามมา เรื่องการเรียน การเลี้ยงดูลูก เรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆอีก

เพราะเรายังเรียนไม่จบ ไม่มีงานทำ ไม่มีเงินในการเลี้ยงดูลูก อาจจะส่งผลกระทบถึงพ่อแม่ ผู้ปกครองของเราอีกด้วย อีกอย่างสามารถเป็นอุปกรณ์ที่สามารถป้องการโรคติดต่อต่างๆทางเพศได้อีกด้วย จึงถือว่ามีประโยชน์ในการใช้งานของบุคคลอื่นๆเช่นกัน

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

การที่เรานั้นปล่อยให้ลูกของเรานั้นยุงกัด 

 การที่เรานั้นปล่อยให้ลูกของเรานั้นยุงกัดจะทำให้ลูกของเรานั้นเกิดอาการที่คันและทำให้เป็นตุ่ม แผลผุพอง  การที่เรานั้นปล่อยให้ลูกของเรานั้นเป็นแบบนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ดี

เพราะว่าการที่เรานั้นไม่ดูลูกน้อยนั้นจะทำลูกของเรานั้นเกิดอาการเป็นการที่ลูกของเรานั้นเป็นโรคที่น้ำเหลืองนั้นไม่ดีหรือว่าเป็นโรคที่น้ำเหลืองเสียและทำให้ลูกของเรานั้นเป็นแผล ที่เกิดจากการปล่อยให้ลูกนั้นโดนยุงกัดและน้ำลายของยุงนั้นเข้าไปทำให้ลูกของเรานั้นเกิดอาการเป็นแผลผุพอง

    และถ้าลูกของเรานั้นเกิดยุงกัดและได้สะสมแบคทีเรียเข้าไว้นั้นอาจจะเกิดการเป็นไข้เลือดออกนั้นก็ได้การที่ลูกของเรานั้นเกิดเป็นอาการของไข้เลือดออกนั้นจะทำให้ลูกของเรานั้นเกิดเป็นอันตรายเพราะว่าลูกน้อยของเรานั้นเป็นคือว่าเด็กนะจะทำให้เกิดอาการอ้อนและงอแง

  อีกอย่างนั้นเด็กนั้นไม่สามารถที่จะบอกเรานั้นได้ว่าเขานั้นเป็นอะไร   คือเป็นอะไรที่เรานั้นเป็นแม่นั้นรู้สึกว่าเป็นห่วงลูกนั้นมากที่สุด  การที่เรานั้นดูแลลูกของเรานั้นให้ดีนั้นไม่ให้เกิดการที่เป็นไข้เลือดออกนั้นเรานั้นต้องดูแลลูกน้อยของเรานั้นอย่างใกล้ชิด  

     ดังนั้นเรานั้นควรที่จะใส่ใจและดูแลลูกน้อยของเรานั้นให้ห่างจากยุงลายนั้นเป็นเรื่องที่ดีดังนั้นการที่เรานั้นไม่ให้ลูกของเรานั้นยุ้งกัดเป็นสิ่งที่ดีต่อลูกของเรานั้นอย่างมากเพราะว่าสามารถที่จะป้องกัน  การที่เป็นไข้เลือดออกและโรคอื่น 

การที่เรานั้นดูแลให้บ้านของเรานั้นไม่มียุ้งนั้นเรานั้นต้องควรที่จะทำให้บ้านของเรานั้นปรอดโปร่ง  

  • การที่เรานั้นจะจุดยากันยุงเพื่อที่จะไล่ยุงนั้นก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงในเรื่องของการที่เรานั้นไม่ให้ลูกน้อยนั้นเข้ไปอยู่ในบริเวณที่เรานั้นจุดยากันยุงหรือฉีดยากันยุง  
  • การที่เรานั้นจะใช้จะพวกน้ำมันหอมที่ไล่ยุงนั้นก็เป็นสิ่งที่เหมือนกัน  เพราะว่าการที่เรานั้นเอาน้ำมันหอมนั้นมาจุดในห้องนอนที่มีลูกน้อยนั้นก็สามารถที่จะไล่ยุงนั้นออกได้เหมือนกัน  หรือว่าจะเป็นการที่เรานั้นใช้ตะไคร้หอมในการที่เรานั้นไล่ยุงนั้นก็เป็นเรื่องที่ดีค่ะเพราะว่าปลอดภัยด้วย  และทำให้ไม่มีกลิ่นที่ฉุนหรือว่ารุนแรง  การที่รั้นใช้สมุนไพรนั้นเป็นเรื่องที่ดี

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

สารต้านอนุมูลอิสระ มีไว้ทำไมกันนะ

สารต้านอนุมูลอิสระ เชื่อว่าหลายๆ คนคงเคยได้ยินเกี่ยวกับเจ้าคำว่า สารต้านอนุมูลอิสระ กันมาบ้างใช่ไหมคะ อย่างเช่น ผลิตภัณฑ์นี้ มีสารต้านอิสระ ช่วยอย่างนั้น อย่างนี้ ดีต่อสุขภาพ อาจจะเคยได้ยินมาว่า เป็นส่วนผสมเครื่องสำอาง ครีมบำรุงผิว อาหารเสริม หรือแม้แต่อาหารต่างๆ ว่าด้วยประโยชน์ต่างๆ ที่ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย ลดการอักเสบ และประโยชน์ต่อสุขภาพในด้านอื่นๆ แต่มีใครเคยสงสารไหมว่า ต้านอนุมูลอิสระ แล้วมันต้านยังไง มีกระบวนการอย่างไร เราลองไปดูกันเลยดีกว่าค่ะ

อนุมูลอิสระ คืออะไร?
อนุมูลอิสระ หรือ ภาษาอังกฤษเรียกว่า Free Radicals หมายถึง โมเลกุล หรืออะตอมที่ไม่เสถียร เนื่องจากการขาด อิเล็กตรอน ที่อยู่รอบนอกสุดของอะตอม แต่อนุมูลอิสระนี้ จะมีช่วงชีวิตที่สั้นเพียงไม่กี่วินาที แต่มันสร้างความเสียหายได้ถึงระดับของ DNA เลยทีเดียว โดยมันจะเข้าไปแย่งจับอิเล็กตรอน ที่เซลล์ในร่างกายจำเป็นต้องใช้ ที่เรียกว่า ภาวะเครียดที่เกิดจากออกซิเดชัน (oxidative stress) ทำให้โมเลกุลของร่างกายไม่เสถียร เกิดความเสียหาย นำไปสู่การเกิดโรคและริ้วรอยบนร่างกาย และที่หน้ากลัว คือ อาจเกิดการกลายพันธุ์ จนกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ในภายหลัง เจ้าของผลิตภัณฑ์ทั้งหลายจึงมักนิยมทำผลิตภัณฑ์แล้วผสมสารต้านอนุมูลอิสระ จะต้องการสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยทำให้โมเลกุลที่ไม่เสถียรนี้มีความเป็นกลาง และช่วยปกป้องร่างกายจากการเสื่อมโทรมของเซลล์เหล่านี้

อนุมูลอิสระได้มาจากไหน?
โดยปกติแล้วร่างกายของเราจะมีการสร้างสารต้านอนุมูลอิสระอยู่แล้ว ซึ่งจะเกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการเผาผลาญพลังงานตามปกติของร่างกาย แต่อาจไม่เพียงพอ หากไลฟ์สไตล์ ทำร้ายสุขภาพ ซึ่งอาจมีผลต่อการเสื่อมสลายของสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้มีผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมการสร้างสารอนุมูลอิสระขึ้นภายในร่างกายเกิดขึ้นมากมาย

ปัจจัยที่อาจทำให้เกิดการสร้างอนุมูลอิสระ
• มลภาวะทางอากาศ

• การสูบบุหรี่

• เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

• อาหารทอด

• การอักเสบ

• การฉายรังสี

• ยาและสารเคมีบางชนิด

• ไวรัสบางชนิด

อนุมูลอิสระทำให้เกิดโรคมะเร็งได้จริงหรือ?
โรคมะเร็ง มักจะเกิดขึ้นจากการกลายพันธุ์ของเซลล์ในร่างกาย ที่เกิดการเจริญเติบโตอย่างไม่สามารถควบคุมได้ของเซลล์ อนุมูลอิสระนั้นจะทำให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์ DNA และส่งผลให้เกิดยีนที่สร้างโปรตีนที่ไม่สามารถใช้งานได้ขึ้นมา หลังจากนั้นร่างกายก็จะเกิดการสร้างยีนที่ทำหน้าที่ในการซ่อมแซม DNA ที่เสียหายเกินกว่าจะสามารถฟื้นฟูตัวเองได้จากกระบวนการการตายของเซลล์ ยีนเหล่านี้จะช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตของเซลล์ จนอาจนำไปสู่การเกิดเซลล์มะเร็งได้ในที่สุด

เราสามารถปกป้องร่างกายจากอนุมูลอิสระได้อย่างไร?
สิ่งสำคัญที่จะช่วยต่อต้านการเกิดอนุมูลอิสระ ก็คือสารต้านอนุมูลอิสระที่เราสามารถพบได้ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นในอาหาร เครื่องสำอาง หรืออาหารเสริมต่างๆ สารต้านอนุมูลอิสระนี้ก็คือโมเลกุลชนิดหนึ่ง ที่สามารถช่วยลดการสร้างอนุมูลอิสระภายในร่างกาย และช่วยลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากอนุมูลอิสระได้

สารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants) ชนิดต่างๆ ได้แก่
• วิตามินซี

• วิตามินเอ

• ซีลีเนียม

• เบตาแคโรทีน

• ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids)

• โอเมก้า 3

• ไลโคปีน (Lycopene)
สารเหล่านี้สามารถพบได้ทั่วไปตามอาหาร ไม่ว่าจะเป็น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ถั่ว และธัญพืชต่างๆ เช่น ในมะเขือเทศก็มีสารไลโคปีนสูง หรือในแครอทก็มีสารเบตาแคโรทีนสูง เป็นต้น

สวยใสไร้สารเคมี

ในปัจจุบันการดูแล บำรุงผิวมีหลากหลายวิธีการ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามต่าง ๆทำให้เห็นผลลัพธ์ได้เร็วขึ้น แต่สิ่งที่แฝงอยู่นั้นคือ สารเคมีที่มักจะมีผลข้างเคียงตามมาเสมอ การบำรุงผิวด้วยสมุนไพรก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ช่วยทำให้ผิวพรรณของเรานั้นดูดีขึ้น

และเป็นวิธีการที่สุดแสนจะธรรมชาติ เพราะสมุนไพรที่ใช้บำรุงนั้นเป็นพืชผักทั่วไปที่ไม่มีสารเคมีเป็นส่วนผสมอย่างแน่นอน จึงปลอดภัยต่อผู้ใช้ ไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียง ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และที่สำคัญยังมีราคาที่แสนจะย่อมเยาอีกด้วย

ขมิ้น สมุนไพรพื้นบ้านที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน ในอดีตมักนำมาขัดผิวให้กับเจ้าสาวในคืนก่อนแต่งงาน เพื่อให้ผิวดูเปล่งปลั่ง มีสง่าราศีในวันแต่งงาน เพราะด้วยสรรพคุณของขมิ้นนั้นช่วยทำให้ผิวดูขาวเนียนขึ้น ดูเปล่งปลั่ง และในผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับผิวหนัง ขมิ้นก็สามารถช่วยในการรักษาอาการได้

ว่านหางจระเข้ วุ้นที่อยู่ภายในของต้นว่านหางจระเข้นำมาผสมกับแป้งดินสอพอง น้ำมะนาว นำผึ้ง แล้วนำมาพอกให้ทั่วใบหน้าสามารถช่วยลดอาการอักเสบของสิว ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ของผิวทำให้รอยสิวดูจางเร็วขึ้น และยังมีสรรพคุณเป็นยาช่วยรักษาแผลจากไฟไหม้ น้ำรอนลวกอีกด้วย

มะขามเปียก ในน้ำของมะขามเปียกมีกรดอ่อน ๆช่วยในการผลัดเซลล์ผิวเก่าออกทำให้ผิวดูขาวขึ้น โดยการนำน้ำมะขามเปียกมาทาให้ทั่วตัว แล้วถูวนไปเรื่อย ๆ ประมาณ 10-15 นาที อาจมีอาการแสบคันเล็กน้อยเพราะกรดอ่อน ๆของมะขามเปียก แต่หากมีอาการแสบคันมาก ให้รีบล้างออกด้วยน้ำเปล่าสะอาดทันที 

ใบบัวบก เมื่อนำมาคั้นเป็นน้ำดื่ม แก้อาการกระหายน้ำ แก้อาการช้ำใน แต่หากนำมาคั้นเพื่อหมักผม จะช่วยให้เส้นผมดูสุขภาพดี มีสีดำเงางามขึ้น โดยการคั้นน้ำแล้วหมักเส้นผมทิ้งไว้ 20-30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น

ตำลึง พืชผักธรรมชาติที่มักจะเห็นผู้คนนำมาประกอบอาหาร แต่หากนำใบของตำลึงมาบดให้ละเอียด แยกกากของใบออก แล้วผสมกับน้ำผึ้งแท้ พอกให้ทั่วบริเวณใบหน้า 15-20 นาที จะช่วยทำให้ผิวหน้าดูเต่งตึงขึ้น และยังมีสรรพคุณเป็นยาช่วยรักษาอาการที่ของสัตว์มีพิษบางชนิดกัด

ขิง ในปัจจุบันมีการนำขิงไปเป็นส่วนผสมในครีมทาผิว และแชมพู เพราะมีสรรพคุณต่าง ๆมากมายที่ช่วยในการบำรุง และหากนำมาผสมกับน้ำผึ้งสามารถช่วยทำให้ผิวแห้งกร้านจากการถูกแสงแดด กลับมานุ่ม ชุ่มชื้น ดูอิ่มน้ำขึ้นได้

ใบโหระพา นำใบโหระพามาต้มกับน้ำจนเดือด ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำสำลีชุบสามารถใช้ล้างเครื่องสำอางบนใบหน้าได้อย่างหมดจด เทียบเท่ากับผลิตภัณฑ์ล้างเครื่องสำอางในปัจจุบัน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  แทงหวยมาเลย์

มารู้จักกับประเภทของผิวหน้ากันเถอะ

แต่ละคนนั้นมีประเภทของผิวหน้าที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งมีผลดี และผลเสียที่แตกต่างกัน และมีวิธีการบำรุง ดูแลผิวหน้าในแต่ละแบบไม่เหมือนกัน ประเภทของผิวหน้าแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่ ผิวปกติ ผิวมัน ผิวแห้ง ผิวผสม และผิวแพ้ง่าย

  1. ผิวปกติ (Normal skin) ลักษณะของคนที่มีผิวปกติ มักจะมีรูขุมขนที่ผิวหน้าละเอียด ไม่กว้าง ทำให้มองดูเรียบเนียน สภาพผิวประเภทนี้จะไม่มัน ทำให้ไม่เกิดสิวได้ง่าย ถือว่าเป็นผิวที่ได้เปรียบกว่าผิวประเภทอื่น ๆ มีวิธีการดูแลรักษาทั่ว ๆไป ไม่จำเป็นต้องกังวลมากนัก แค่ล้างผิวหน้าให้สะอาด และทาครีมบำรุงผิว ครีมกันแดด ที่เข้ากับสภาพผิวหน้า ก็ทำให้ดูสดชื่น เปล่งปลั่งแล้ว
  2. ผิวมัน (Oily skin) ลักษณะของคนที่มีผิวมัน มักจะมีรูขุมขนที่ผิวหน้ากว้าง หยาบ ไม่ละเอียด ผิวหน้ามันง่ายกว่าผิวทุก ๆประเภท ทำให้เกิดสิวได้ง่ายมาก และยังทำให้ใบหน้าเหี่ยวย่นดูแก่กว่าวัย วิธีการดูแลรักษาจึงควรใส่ใจเป็นพิเศษ ตั้งแต่ขั้นตอนการล้างหน้าที่ควรเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าแบบควบคุมความมัน เพื่อลดสาเหตุของการเกิดสิว 
  3. ผิวแห้ง (Dry skin) ลักษณะของคนที่มีผิวแห้ง มักจะมีผิวหน้าที่แห้งกร้าน ผิวหน้าลอกเป็นขุยบ่อย ๆหลังการล้างหน้าหรือในบางคนที่มีผิวหน้าแห้งมากอาจจะมีการลอกตลอดเวลา และมีอาการแสบผิวหน้าร่วมด้วย วิธีการดูแลผิวหน้าจึงควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว เพื่อลดอาการลอกของผิวหน้า
  4. ผิวผสม (Combination skin) ลักษณะของคนที่มีผิวผสม ผิวหน้ามักจะมันเฉพาะบริเวณหน้าผาก คาง จมูก และมักจะมีสิวขึ้นเฉพาะบริเวณที่ผิวมัน และโดยส่วนใหญ่มักจะเป็นสิวอุดตัน ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ใบหน้าดูหมองคล้ำ การดูแลผิวประเภทนี้จึงควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่บางเบา ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันของสิว จะช่วยให้ใบหน้าดูสว่างใสขึ้นได้
  5. ผิวแพ้ง่าย (Sensitive skin) ในทางการแพทย์ผู้ที่มีลักษณะผิวแบบนี้ถือว่าเป็นผู้ที่มีความปกติทางด้านผิวหนัง คนที่มีผิวแพ้ง่าย เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า ไม่ว่าจะใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด บำรุง หรือเครื่องสำอางใด ๆก็เกิดอาการแพ้ไปซะหมด ทำให้เกิดสิว ผื่น รอยแดง ได้ง่ายกว่าผิวทุก ๆประเภท ดังนั้นวิธีการดูแลรักษาจึงควรใส่ใจมากเป็นพิเศษกว่าผิวทุก ๆประเภท ผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้จึงควรดูส่วนประกอบก่อนการเลือกซื้อเป็นพิเศษ ควรเลือกซื้อเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีน้ำหอมเป็นส่วนประกอบ และมีแอลกอฮอล์ 0% เพื่อไม่ให้ผิวหน้าเกิดการระคายเคือง และควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ใบหน้าสัมผัสกับฝุ่นโดยตรง เพราะฝุ่นจะก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ง่าย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  บุหรี่ไฟฟ้า

Health มะเร็งหายได้นะ หนึ่งในข้อดีของการเลิกบุหรี่

ใครจะรู้ว่าเซลล์มะเร็งนั้นหายไปได้ จะเรียกว่าหายก็ไม่ถูก แต่มันจะค่อยๆฝ่อไปได้จริงๆ ถ้าเกิดว่าหยุดบุหรี่ได้นานพอ แล้วการหยุดบุหรี่นานๆนั้นจะทำได้ยังไง เรื่องนี้ก็ค่อยไปหาวิธีดูเอาเองว่าทำยังไงถึงจะหาหยุดได้นาน แต่นานขนาดที่เซลล์มะเร็งฝ่อไปได้นั้น

จะต้องเลิกบุหรี่เป็นปริดทิ้งเลยล่ะ เป็นเวลานานถึงสิบปี ซึ่งเป็นไปได้ยากมากสำหรับคนที่ไม่ค่อยอดทนต่อการเลิกสูบบุหรี่ น่าแปลกนะที่คนที่สูบบุหรี่กลับสามารถทำให้มะเร็งฝ่อไปได้ นั้นก็เพราะร่างกายที่เคยเป็นคนแข็งแรงยังไงล่ะ ต่างจากคนที่เกิดมาอ่อนแอ อยู่ดีๆก็เป็นแล้วท่าทางจะไม่มีวันฝ่อได้อย่างคนที่สูบ บุหรี่ไฟฟ้า ช่างเป็นความไม่ยุติธรรมเอาซะเลยนะ

ถึงอย่างไรทุกวันนี้คนเลิกบุหรี่สำเร็จก็มีหลายต่อหลายคน ถ้าทนได้ถึงสิบปีก็แทบจะไม่มีเรื่องโรคมะเร็งมากวนใจแล้วล่ะ ใครๆก็อยากจจะห่างไกลจากการเป็นมะเร็งทั้งนั้น ใครๆก็เกลียดเจ้าโรคนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม สื่อของโลกใบนี้ ทั้งในข่าวและหน้าหนังต่างๆ ต่างเอามะเร็งมาเป็นประเด็ดความตายอยู่เสมอ ซึ่งนั้นยิ่งทำให้คนทุกคนกลัวที่จะเป็นโรคนี้หนักเข้าไปอีก

ทุกวันนี้ถึงแม้วว่าจะรู้ว่าบุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญแต่ ก็ยังทำกัน คนเราไม่ได้รู้สึกถึงความเจ็บปวดในอนาคตเท่าไหร่ ยิ่งมีโอกาสที่จะเป็นหรือไม่เป็นแล้วด้วย คนเราก็พร้อมจะเสี่ยงดวง แล้วทุกคนก็ลืมมันไปสิ้น แล้วพร้อมที่จะสูบต่อไป แต่นั้นก็ช่วยไม่ได้ คนเรานั้นหายจากสิ่งนี้ได้จริงๆ ถ้าต้องการจะทำ การเลิกบุหรี่ให้ได้เพียงแค่ข้อเดียว แต่ระหว่างทางจะทำอะไรก็ได้ตามต้องการเพื่อให้มันจบไป

การที่เลิกสูบบุหรี่ตอนที่ยังสะสมสารหรือเขม่าต่างๆที่ทำให้เป็นมะเร็งได้ยังไม่มากพอนั้น จะทำให้สารหรือเขม่าเหล่านั้นยังส่งผลกับเซลลมะเร็งได้ช้ากว่า แล้วถ้าเลิกภายในสิบปีแล้วยังไม่เป็นมะเร็ง ก็แทบเรียได้ว่ามันฝ่อไปหมดแล้ว แล้วมันก็จะเริ่มไม่ทำให้เป็นมะเร็งได้อีกเลย

เพราะฉะนั้นก็ต้องเสี่ยงดวงกันหน่อยละว่า ทำยังไงให้คนเราทั้งประเทศเข้าใจในข้อนี้แล้วเลิกมันได้กันล่ะ เรื่องนี้คงเป็นเรื่องลำบาก เพราะสุดท้ายแล้วทุกคนต้องเลือกที่จะทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำเท่านั้นแหละ เมื่อวันหนึ่งแล้วโรคนั้นมาถึงเมื่อไหร่ ก็จะโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเองเท่านั้น คงต้องใช้ชีวิตอีกนานกับความเข้าใจเหล่านั้นซะใหม่ เพื่อชีวิตของตัวเองด้วยนะ

โรคเอดส์ และการป้องกัน

  จากข่าวดังที่เกิดขึ้นกรณีของคุณพีทคนเลือดบวก ทำให้ตอนนี้กระแสสังคมมีการออกมาพูดถึงของเรื่องการติดเชื้อไวรัสเอชไอวีและโรคเอดส์กันมากยิ่งขึ้น แต่เราเชื่อว่ายังมีคนกลุ่มใหญ่ที่อาจจะไม่เข้าใจถึงเรื่องพวกนี้กันมากนัก ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและแสดงความรู้สึกกังวลเมื่ออยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อ ดังนั้นเราควรมาศึกษาเรื่องนี้กันอย่างจริงจังป้องกันตัวเราเองได้อย่างถูกต้อง

         โรคเอดส์เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์  ที่เกิดจากเชื้อไวรัสเอชไอวี ที่อยู่ในของเหลวหรือสารคัดหลั่งของผู้ป่วยได้แก่ เลือด อสุจิ ช่องคลอด และทวารหนัก โดยเชื้อไวรัสเอชไอวีนี้เมื่อเราได้รับเข้าสู่ร่างกายแล้วมันจะเข้าไปทำลายระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันลดลงจนไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อโรคได้ ซึ่งปัจจุบันทางการแพทย์ยังไม่สามารถรักษาผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมเชื้อไม่ให้แพร่กระจายได้ โดยการการกินยาต้านไวรัส 

         สาเหตุที่ทำให้เราติดเชื้อเอชไอวี ที่พบบ่อยที่สุดก็คือ เกิดมาจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่มีการป้องกันโดยที่คู่นอนของเราเป็นผู้แพร่เชื้อให้  การใช้เข็มฉีดยาร่วมกันกับผู้ที่มีเชื้อเอชไอวี การสัมผัสเลือดของผู้ติดเชื้อโดยตรง สาเหตุที่พบได้น้อย ที่คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิด คือการจูบกันแบบใช้ปากให้จำไว้ว่าเชื้อเอชไอวีนั้นไม่สามารถติดต่อกันผ่านทางน้ำลายได้ ยกเว้นว่ากรณีที่ทั้งคู่มีแผลในบริเวณปากหรือมีเลือดออกตามไรฟัน  

       หากบุคคลที่คุณรู้จักเค้ามีการติดเชื้อเอชไอวี ให้คุณอย่าได้ความแสดงรังเกียจหรือรู้สึกกังวลใจไปให้ทำตัวปกติเหมือนเค้าเป็นมนุษย์คนหนึ่งในสังคม เพราะเชื้อเอชไอวีไม่สามารถติดมาที่เราได้ ถ้าเราไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงตามที่ได้กล่าวไว้ การกอดการสัมผัสจับมือผู้ป่วย หรือการใช้ห้องน้ำร่วมกับผู้ป่วย แม้แต่การยืนใกล้ๆแล้วหายใจร่วมกันเชื้อเอชไอวีก็ไม่แพร่มาติดเราได้   โรคเอดส์เราสามารถป้องกันได้

โดยที่คุณจะต้องมีพฤติกรรมทางเพศที่เหมาะสม ควรสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์ ไม่ควรเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ ไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่นโดยเฉพาะการไปสักร่างกายให้สังเกตด้วยว่าอุปกรณ์ที่ใช้ในร้านนั้นต้องสะอาด โดยเฉพาะเข็มสักต้องเป็นอันใหม่ไม่ผ่านการใช้งานมาแล้ว และหากถ้าคุณเป็นกลุ่มที่เสี่ยง ต่อการรับเชื้อแนะนำว่าควรรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจเลือดและรับยาต้านไวรัส

      หากคุณเป็นผู้ติดเชื้อที่เข้ามาอ่านเราขอส่งกำลังใจให้คุณต่อสู้กับโรคร้ายนี้ ปฎิบัติด้วยให้ถูกต้องตามที่แพทย์แนะนำ เพื่อจะมีชีวิตอยู่บนใบโลกนี้อย่างยืนยาว และขอร้องให้คุณอย่าได้ไปแพร่เชื้อต่อให้กับคนอื่นๆอีกเลย

 

สนับสนุนโดย  ผลเลือด non reactive แปลว่าอะไร

จิ๊กโก๋กิโลเดียว RGV 150 ตำนานยุค 90

สวัสดีทุกคนนะครับ วันนี้พามาดูรถอีกหนึ่งคันเป็นรุ่นในตำนานที่เมื่อก่อนเขาเรียกกันว่าอเวจีสมัยยุค 90 ตอนนี้ผมอยู่กับที่ให้ข้อมูลคนเดิมนะครับพี่มิ้งนั่นเอง อย่างที่พี่มิ้งให้ผมเกริ่นว่าเป็นตัวในตำนาน มันเป็นรุ่นหนึ่งของซูซูกิ ชื่อรุ่น RGV 150 จะมีฉายาว่าจิ๊กโก๋กิโลเดียว

ถ้าเรียกติดปากก็จะเป็นจรวดทางเรียบเพราะว่าสมัยนั้นหาคนต่อกรยาก สมัยนั้นก็จะมีพวกฮอนด้าไฟเตอร์ ยามาฮ่า อาร์เอสเอส คาวาซากิเออาร์ สมัยนั้นก็หาเทียบรุ่นยากเพราะว่าสถิติที่ยอดเยี่ยมของเค้าเหมือนที่ผมเกริ่นไปต้นคลิป ปรกติเขาจะเรียกว่า RGV แต่พี่มิ้งให้ผมเรียกอเวจีเพราะว่าตายกันเยอะ ฮ่าๆ เดี๋ยวให้พี่มิ้งพาไปดูกันเลยดีกว่า

คันนี้ไม่ได้แต่งออกทรงแว๊นอะไรมากมาย ก็จะประมาณให้เป็นแว๊นยุคนั้นมากกว่า ยุคสมัยนั้นที่เขาแต่งกันมันก็จะเป็นอะไหล่เดิมหรือว่าอะไหล่ที่หาได้และเป็นของหายากมาก มาดูกันเลยดีกว่าครับคันนี้ เพราะเอาของหลายๆรุ่นมายำใส่กัน มือครัชก็จะเป็นของ CB 150 ปั้มก็จะเป็น CB 150 เหมือนกันประกับคันเร่นก็จะเป็นของแกรมม่าแล้วส่วนน็อตบางตัวก็จะเพิ่มเป็นน๊อตเลททั้งหมด ราคาแค่น๊อตถ้าไล่หมดทั้งคันก็จะประมาณ 4000 กว่าบาททั้งน๊อตทั้งขาเบรคอะไรพวกนี้จะเป็นของนาคมหมด มาดูเรือนไมล์ก็จะเป็นของเดิมทั้งหมด

ส่วนแผงคอแฮนด์ก็ยังจะเป็นของเดิม แต่แกนโชคจะใช้ของโซนิคแทน พี่มิ้งครับด้านหน้านี้จะเป็นของเดิมที่เป็นของ RGV หรือเปล่าครับพี่ จริงๆแล้วตัวนี้เป็นหน้ายาวแต่พี่เอามาทำเป็นหน้าสั้น เพราะว่าชื่นชอบหน้าสั้นมากกว่า แต่ตอนนี้อยากจะเปลี่ยนละ เปลี่ยนเป็นหน้ายาวเพราะว่าไปเห็นหน้ายาวมาคันนึงแล้วอยากทำตามกำลังจะขึ้นคันที่สองละ หน้ายาวอันนี้มันมันจะยาวกว่าคันนี้หรือเปล่าครับพี่ อ่อหน้ายาวมันจะเป็นแฟลลิ่งมาถึงตรงกลางรถเลยครับ เป็นแฟลิ่งคล่อมหมดเลยคล้ายๆ VR แล้วก็จะเป็นหน้ายาว ไฟเรียวยาวเขาเรียกกันว่าหน้าปลาดุกส่วนคันนี้เรียกว่าหน้าสั้น คือรุ่นของมันเลยใช่หรือเปล่าครับ

ใช่ครับรุ่นของมันเลย สายเบรคก็จะเป็นของแท้มาจบด้วยจุกของนาคมส่วนปั้มเบรคก็จะเป็นปั้มเดิมครับ ส่วนจานก็จะเป็นจานโซนิคเจาะฟิลลิ่ง ปั้มเดิมของ RGV แบบเดิมจะอยู่ฝั่งซ้ายครับ จริงๆแล้วถ้าเป็นรุ่นหน้าสั้นจะเป็นแค่ดั้มเบรคหรือเบรคดุม

แต่ถ้าเป็นหน้ายาวหรือหน้าปลาดุกก็จะเป็นดิสซ้ายละ ตัวหน้ายาวก็จะเหมือนตัวที่พี่มิ้งบอกคือดิสจะอยู่ฝั่งซ้ายแต่พี่มิ้งย้ายมาอยู่ฝั่งขวา ขอบล้อก็จะเป็นขอบ 17 อาก้อนราคาคู่นึงแบบสีดิบๆจริงๆแล้วเป็นสีทองเป็นล้อคันเก่าของ KR พูดได้ว่าในยุคนี้ RGV หาดูได้ยากจริงๆ เป็นรถกระแสกลุ่มกลางๆไม่ใหญ่ ถ้าเป็นรถ 150 ยุคเก่าๆก็จะเป็นพวก KR VR แต่ RGV จะเก่ากว่าแต่ความแรงยังได้อยู่ครับ

 

สนับสนุนโดย  บิ๊กไบค์มือสอง